การทำงานบนที่สูงถือเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุงอาคาร งานติดตั้งโครงสร้างโลหะ หรือการเดินสายไฟบนหลังคา อาคาร หรือโครงสร้างสูงอื่น ๆ ไม่เพียงแต่ต้องใช้อุปกรณ์ความปลอดภัยเท่านั้น แต่กฎหมายแรงงานไทยยังกำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างที่เกี่ยวข้องเข้ารับ อบรมการทำงานบนที่สูง ก่อนเริ่มปฏิบัติงาน เพื่อให้เข้าใจความเสี่ยง อุปกรณ์ และวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยอย่างถูกต้อง
ในบทความนี้เราจะอธิบายให้ชัดเจนว่า อบรมการทำงานบนที่สูงคืออะไร, ใครบ้างต้องเข้าอบรม, และจะเชื่อมโยงไปยังหลักสูตรอบรมที่ให้คุณเข้าใจครบถ้วนทั้งหลักการและการปฏิบัติจริง
อบรมการทำงานบนที่สูง คืออะไร?
อบรมการทำงานบนที่สูง คือการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงานซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานเหนือพื้นดินหรือพื้นราบที่มีความเสี่ยงที่จะตกลงมา การอบรมนี้เน้นเรื่อง
- การประเมินความเสี่ยงก่อนทำงาน
- การใช้อุปกรณ์ป้องกันการตก (Fall Protection)
- วิธีการใช้อุปกรณ์และอุปกรณ์เสริมทั่วไป
- ทักษะการปฏิบัติที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอุบัติเหต
โดยหลักสูตรนี้มักจัดเป็น หลักสูตรระยะสั้น 1 วัน (ประมาณ 6 ชั่วโมง) เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้รับทั้งทฤษฎีและฝึกปฏิบัติพื้นฐานก่อนลงมือทำงานจริง
เหตุผลที่ต้องอบรมตามกฎหมาย
ตามกฎหมายแรงงานไทย นายจ้างมีหน้าที่รับผิดชอบความปลอดภัยของลูกจ้าง โดยเฉพาะงานที่เสี่ยงสูงอย่างงานบนที่สูง เช่น
- ต้องจัดให้มีการอบรมก่อนเริ่มงานจริง เพื่อให้ลูกจ้างรู้วิธีป้องกันอันตราย เช่น การใช้อุปกรณ์คุ้มครองส่วนบุคคล (PPE), การเดินบนโครงสร้างสูงอย่างปลอดภัย, การตรวจเช็คอุปกรณ์ ฯลฯ
- บริษัทต้องจัดให้มีเอกสารอบรมเป็นหลักฐาน เพื่อใช้ยืนยันว่าพนักงานได้รับการอบรมและเข้าใจมาตรการด้านความปลอดภัย
การอบรมนี้ไม่ใช่เรื่อง “เลือกทำหรือไม่ทำ” แต่เป็นข้อกำหนดที่นายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างได้รับก่อนเริ่มงานบนที่สูงจริง ตามข้อกำหนดกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ
ใครบ้างที่ต้องเข้าอบรมการทำงานบนที่สูง
ตามแนวปฏิบัติที่พบโดยทั่วไปและมาตรฐานความปลอดภัยที่เกี่ยวข้อง ผู้ที่ต้องเข้าอบรมมีดังนี้:
1. ผู้ที่ต้องปฏิบัติงานบนพื้นที่สูงเป็นประจำ
ผู้ที่ทำงานซึ่งมีความเสี่ยงจากการตกจากที่สูงหรือพื้นต่างระดับ เช่น
- ช่างติดตั้งโครงสร้างสูง
- ช่างซ่อมบำรุงหลังคาอาคาร
- ช่างเดินสายไฟบนโครงสร้าง
- เจ้าหน้าที่โรยตัว
ผู้กลุ่มนี้ ต้องอบรมก่อนเริ่มงานจริงอย่างเคร่งครัด เพื่อให้รับรู้วิธีใช้อุปกรณ์ป้องกันและทักษะการทำงานปลอดภัย
2. ผู้ควบคุมงานบนที่สูงที่ไม่ได้ปฏิบัติงานจริง
แม้จะไม่ได้ทำงานที่สูงด้วยตัวเอง แต่ผู้ควบคุมงาน เช่น หัวหน้าหน่วยงานหรือหัวหน้างานที่ต้องดูแลทีมปฏิบัติงานบนที่สูง ก็ต้องเข้ารับการอบรม เพื่อให้สามารถ
- ประเมินความเสี่ยง
- วางแผนงานอย่างปลอดภัย
- ตรวจสอบระบบกันตก และกำหนดมาตรฐานการทำงานได้อย่างถูกต้อง
3. พนักงานใหม่ที่ถูกมอบหมายให้ทำงานบนที่สูง
ลูกจ้างใหม่แม้มีประสบการณ์จากที่อื่น แต่หากถูกกำหนดให้ทำงานบนที่สูงกับองค์กรใหม่ ต้องเข้าอบรมตามมาตรฐานของบริษัท เพราะสภาพแวดล้อมและนโยบายความปลอดภัยอาจต่างกันจากเดิม
จะอบรมที่ไหนได้บ้าง?
หนึ่งในหลักสูตรที่ตรงและได้รับความนิยมในไทยคือหลักสูตร อบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง ของ Reynolds Wise ซึ่งสอนทั้ง
- ทฤษฎีความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง
- การใช้อุปกรณ์กันตกและ PPE ที่เหมาะสม
- ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริง
- เข้าใจข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานการทำงาน
และใช้เวลาอบรมประมาณ 6 ชั่วโมง พร้อมเอกสารและใบรับรองเมื่อผ่านการอบรมสำเร็จ ซึ่งสามารถจัดอบรมได้ทั้งที่ศูนย์ฝึกหรือแบบ in-house ตามที่องค์กรต้องการ
คุณสามารถดูรายละเอียดและสมัครอบรมได้ที่หลักสูตรของ Reynolds Wise:
https://reynoldswise.co.th/work-at-height-training/
ประโยชน์ของการอบรมการทำงานบนที่สูง
การอบรมการทำงานบนที่สูงช่วยให้
- ผู้ปฏิบัติงานและหัวหน้างานเข้าใจอันตรายและวิธีป้องกันได้จริง
- ลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการตกลงมาอย่างมีนัยยะ
- เสริมความมั่นใจและความรู้ในการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ
- องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยได้ครบถ้วน
ง่าย ๆ คือ มันไม่ใช่แค่เรียนให้ครบชั่วโมง แต่เป็น การลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอนของงานบนที่สูง
สรุป
อบรมการทำงานบนที่สูง คือหลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับงานบนที่สูงได้รับความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยตามมาตรฐานและข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานไทย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานบนที่สูงเป็นประจำหรือได้รับมอบหมายให้ดูแลทีมงาน
หากองค์กรของคุณยังไม่มีระบบอบรมที่เหมาะสม การส่งบุคลากรเข้าอบรมกับผู้เชี่ยวชาญอย่าง Reynolds Wise จะช่วยสร้างพื้นฐานความปลอดภัยให้กับทีมงานและลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ


