การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง (Work at Height Rescue) ขั้นตอนสำคัญที่ทุกองค์กรต้องรู้เพื่อรักษาชีวิตพนักงาน

การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง (Work at Height Rescue) ขั้นตอนสำคัญที่ทุกองค์กรต้องรู้เพื่อรักษาชีวิตพนักงาน

การทำงานบนที่สูงเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในภาคอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และงานซ่อมบำรุง หากเกิดเหตุ ผู้ปฏิบัติงานตกจากที่สูง แม้จะสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันการตก (Fall Protection) จนร่างกายถูกแขวนอยู่กับระบบ (Suspension) ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิด Suspension Trauma หรือภาวะช็อกจากการแขวนตัว ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

ดังนั้น การมี แผนการช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง (Rescue Plan) ที่ชัดเจน พร้อมบุคลากรที่ผ่านการฝึกอบรม ถือเป็นหัวใจสำคัญของระบบความปลอดภัยในการทำงาน

บริษัท เรย์โนลด์ ไวซ์ จำกัด (Reynolds Wise Co., Ltd.) ให้ความสำคัญกับการพัฒนามาตรฐานด้านความปลอดภัยในสถานประกอบการ พร้อมให้บริการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการทำงานบนที่สูง เพื่อให้องค์กรสามารถป้องกันและรับมือกับเหตุฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง (Work at Height Rescue) คืออะไร?

การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง คือ กระบวนการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานที่ตกจากพื้นที่ทำงานแต่ยังถูกยึดด้วยระบบป้องกันการตก เช่น

  • Full Body Harness
  • Shock Absorbing Lanyard
  • Self-Retracting Lifeline (SRL)
  • Vertical Lifeline
  • Horizontal Lifeline

แม้ผู้ปฏิบัติงานจะไม่ตกถึงพื้น แต่การแขวนตัวเป็นเวลานานสามารถทำให้ระบบไหลเวียนโลหิตผิดปกติ และเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้


ทำไมต้องช่วยเหลือให้เร็วที่สุด?

ผู้ที่แขวนตัวอยู่บน Harness อาจเกิดภาวะ

  • Suspension Trauma
  • หมดสติ
  • หายใจลำบาก
  • ความดันโลหิตลดลง
  • เลือดไหลกลับหัวใจไม่เพียงพอ
  • หัวใจหยุดเต้น

โดยทั่วไป ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยแนะนำให้ดำเนินการช่วยเหลือ ภายในเวลาที่สั้นที่สุด และไม่ควรปล่อยให้ผู้ประสบเหตุแขวนตัวเป็นเวลานาน เพราะยิ่งใช้เวลามาก ความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก็ยิ่งสูงขึ้น


สาเหตุที่ทำให้เกิดการตกจากที่สูง

สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่

  • ไม่สวมใส่ Harness
  • ไม่เกี่ยวตะขอกับ Anchor Point
  • Anchor Point ไม่ได้มาตรฐาน
  • ใช้อุปกรณ์หมดอายุ
  • พื้นลื่น
  • โครงสร้างชำรุด
  • สภาพอากาศไม่เหมาะสม
  • ขาดการประเมินความเสี่ยง
  • ไม่มีผู้ควบคุมงาน


ขั้นตอนการช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง

  1. แจ้งเหตุฉุกเฉินทันที

เมื่อเกิดเหตุ ให้แจ้งผู้ควบคุมงานและทีมกู้ภัยทันที พร้อมระบุ

  • ตำแหน่งผู้ประสบเหตุ
  • ความสูง
  • จำนวนผู้บาดเจ็บ
  • สภาพอาการเบื้องต้น
  1. ประเมินความปลอดภัยของพื้นที่

ก่อนเข้าช่วยเหลือ ต้องตรวจสอบว่า

  • ไม่มีอันตรายเพิ่มเติม
  • โครงสร้างมั่นคง
  • ไม่มีไฟฟ้า
  • ไม่มีวัตถุตกหล่น
  • มีพื้นที่รองรับการช่วยเหลือ
  1. ประเมินอาการผู้ประสบเหตุ

ตรวจสอบว่า

  • ยังรู้สึกตัวหรือไม่
  • หายใจได้หรือไม่
  • มีเลือดออกหรือไม่
  • มีการตอบสนองหรือไม่

 

  1. ใช้อุปกรณ์กู้ภัยที่เหมาะสม

อุปกรณ์ที่นิยมใช้ เช่น

  • Rescue Kit
  • Descender
  • Rope System
  • Tripod
  • Pulley System
  • Rescue Pole
  • Mechanical Advantage System
  1. เคลื่อนย้ายลงสู่พื้นที่ปลอดภัย

หลังช่วยเหลือลงมาแล้ว

  • ประเมินอาการซ้ำ
  • ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  • ส่งโรงพยาบาลทันที
  • บันทึกเหตุการณ์


อุปกรณ์ที่ควรมีสำหรับการช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง

องค์กรควรเตรียมอุปกรณ์ ได้แก่

  • Full Body Harness
  • Rescue Kit
  • Rope
  • Carabiner
  • Descender
  • Tripod
  • Pulley
  • Rescue Pole
  • Helmet
  • First Aid Kit
  • AED
  • วิทยุสื่อสาร


การฝึกอบรมการช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูงมีความสำคัญอย่างไร?

การฝึกอบรมทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถ

  • วางแผนช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง
  • ใช้อุปกรณ์ได้อย่างปลอดภัย
  • ลดเวลาการช่วยเหลือ
  • ลดการสูญเสียชีวิต
  • ลดความเสียหายต่อองค์กร
  • ปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย

การฝึกปฏิบัติจริง (Practical Training) ยังช่วยให้ทีมงานสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมั่นใจและ
มีประสิทธิภาพ


องค์กรควรมี Rescue Plan อย่างไร?

แผนช่วยเหลือควรประกอบด้วย

  • การประเมินความเสี่ยง
  • การกำหนดผู้รับผิดชอบ
  • ช่องทางแจ้งเหตุ
  • แผนการเข้าถึงผู้ประสบเหตุ
  • ขั้นตอนการกู้ภัย
  • การประสานงานหน่วยแพทย์
  • การซ้อมแผนเป็นประจำ
  • การตรวจสอบอุปกรณ์กู้ภัย


เรย์โนลด์ ไวซ์ จำกัด พร้อมยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

บริษัท เรย์โนลด์ ไวซ์ จำกัด (Reynolds Wise Co., Ltd.) มุ่งมั่นส่งเสริมมาตรฐานด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย ด้วยการให้บริการฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และการพัฒนาทักษะด้านการทำงานบนที่สูง รวมถึงการช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูง เพื่อให้องค์กรสามารถลดความเสี่ยง ป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน

 

สรุป

การช่วยเหลือผู้ตกจากที่สูงไม่ใช่เพียงเรื่องของการมีอุปกรณ์ที่ครบถ้วน แต่ต้องอาศัยการวางแผน การฝึกอบรม และการเตรียมความพร้อมของบุคลากรทุกระดับ เพราะทุกวินาทีหลังเกิดเหตุมีความหมายต่อชีวิตของผู้ปฏิบัติงาน การลงทุนในระบบกู้ภัยและการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง คือการลงทุนเพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงขององค์กรในระยะยาว

“ความปลอดภัยที่แท้จริง ไม่ได้วัดจากการป้องกันอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว แต่คือความพร้อมในการช่วยชีวิตเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน เพราะทุกชีวิตมีค่ามากกว่างานที่กำลังทำ”

Facebook
Twitter
Email
Print