ข้อกฎหมายและมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการทำงานบนที่สูงในประเทศไทย

การทำงานบนที่สูงเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงสุดในอุตสาหกรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นงานก่อสร้าง งานซ่อมบำรุงอาคาร งานติดตั้งโครงสร้าง งานเดินสายไฟ หรือแม้แต่งานทำความสะอาดบนอาคารสูง กฎหมายไทยกำหนดข้อบังคับและมาตรฐานความปลอดภัยต่าง ๆ ไว้อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจนำไปสู่การบาดเจ็บรุนแรงหรือเสียชีวิต บทความนี้จะสรุปทุกกฎหมาย มาตรฐาน และข้อกำหนดที่นายจ้าง–ลูกจ้าง ต้องปฏิบัติตาม พร้อมคำอธิบายเข้าใจง่าย

ความหมายของ “การทำงานบนที่สูง” ตามกฎหมายไทย

  • กฎหมายไทยระบุว่า งานบนที่สูง = งานที่อาจเกิดอันตรายจากการตกจากที่สูง
  • มักอ้างอิงความสูงตั้งแต่ 1.8 เมตรขึ้นไป
  • ครอบคลุมงานบน:
    • โครงเหล็ก
    • บันไดสูง
    • นั่งร้าน (Scaffold)
    • รถกระเช้า
    • พื้นที่ที่มีความต่างระดับ
    • งานโรยตัว

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับงานบนที่สูงในประเทศไทย

1) พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554

เป็นกฎหมายหลักที่กำหนดว่า

 

2) ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง ความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง พ.ศ. 2564 

ประกาศฉบับนี้เป็นแนวปฏิบัติสำคัญที่สุดของงานบนที่สูงในไทย ประกอบด้วยข้อกำหนดสำคัญ เช่น:

• ต้องมีการประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน (Risk Assessment)

รวมถึงการสำรวจพื้นที่, โครงสร้าง, สภาพแวดล้อม และความมั่นคงของอุปกรณ์

• ต้องใช้ Fall Protection (ระบบป้องกันการตก) ที่เหมาะสม

ตัวอย่างระบบที่ถูกต้องตามมาตรฐาน

  • Full Body Harness
  • Lanyard พร้อม Shock absorber
  • Anchor Point ที่ผ่านมาตรฐาน
  • Safety Line
  • Guardrail หรือราวกันตก

• ต้องมีผู้ควบคุมงานบนที่สูง (ผู้มีความรู้)

ต้องเป็นผู้ที่ผ่านการอบรมเฉพาะทาง

• ต้องจัดให้ลูกจ้างผ่านการอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

ความรู้ขั้นต่ำที่ต้องมี เช่น:

  • วิธีใช้ฮาร์เนส
  • การเลือกและตรวจจุดยึด
  • ทฤษฎี “แรงกระแทก” และการดูดซับแรง
  • แผนกู้ภัยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ

 

3) กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐาน ความปลอดภัยเกี่ยวกับงานก่อสร้าง พ.ศ. 2551

เน้นผู้รับเหมางานก่อสร้าง ต้องมีมาตรการดังนี้

  • ใช้อุปกรณ์ป้องกันการตกที่ได้มาตรฐาน
  • จัดทำราวกันตกบนชั้นงานที่สูง
  • ตรวจสอบนั่งร้านก่อนใช้งานทุกครั้ง
  • ห้ามทำงานบนที่สูงในสภาพอากาศไม่ปลอดภัย

 

4) มาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานสากลที่นิยมอ้างอิง

• มอก. สำหรับอุปกรณ์ป้องกันการตก

เช่น:

  • มอก. 1955–2551: อุปกรณ์ป้องกันการตกประเภทสายช่วยชีวิต
  • มอก. 386–2554: เข็มขัดนิรภัย

• มาตรฐานสากลที่องค์กรใหญ่ใช้ร่วมกับกฎหมายไทย

  • OSHA (USA) 1926.501 – Fall Protection
  • ISO 10333 – อุปกรณ์ป้องกันการตกจากที่สูง
  • EN 361 / EN 355 / EN 362 – มาตรฐานยุโรปสำหรับฮาร์เนส, Lanyard, Karabiner
  • ANSI Z359 – ระบบป้องกันการตก

 

สิ่งที่นายจ้างต้องทำตามกฎหมาย (Checklist แบบใช้งานจริง)

เพื่อให้ถูกต้องตามทุกกฎหมาย นายจ้างต้องปฏิบัติดังนี้:

1) จัดอบรมพนักงานก่อนเริ่มงาน

หลักสูตรต้องครอบคลุมความรู้ด้าน

  • วิธีใช้ Safety Harness
  • วิธีเลือก Anchor Point
  • การตรวจอุปกรณ์ก่อนใช้งาน
  • Rescue Plan (แผนกู้ภัย)

หมายเหตุ: หลักสูตรอบรมของ Reynolds Wise มีครบ
https://reynoldswise.co.th/work-at-height-training/

2) จัดหาอุปกรณ์ป้องกันการตกที่ได้มาตรฐาน

เช่น

  • ฮาร์เนสชนิด Full Body
  • Lanyard แบบดูดซับแรงกระแทก
  • หมวกนิรภัยคาดคาง
  • สายกันตกแนวตั้ง/แนวนอนที่รองรับน้ำหนักตามมาตรฐาน

3) จัดทำเอกสารประเมินความเสี่ยง (JSA / RA)

เอกสารต้องมีทุกครั้งก่อนเริ่มงาน

4) แต่งตั้งผู้ควบคุมงานบนที่สูง

ต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ ผ่านอบรมโดยสถาบันที่ได้มาตรฐาน

5) จัดให้มีแผนกู้ภัยและอุปกรณ์ช่วยชีวิต

เช่น

  • Rescue kit
  • เชือกช่วย
  • ทีมคอยสนับสนุนภาคพื้นดิน

6) ตรวจสอบพื้นที่และอุปกรณ์เป็นประจำ

ตามข้อกำหนดในกฎหมายไทย

 

บทลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (นายจ้างต้องรู้!)

ตามพระราชบัญญัติความปลอดภัยฯ

  • นายจ้างที่ไม่จัดการอบรม → ปรับสูงสุด 400,000 บาท
  • ไม่จัดหามาตรการป้องกันการตก → ถูกสั่งหยุดงานทันที
  • หากเกิดอุบัติเหตุจากการละเลย → อาจมีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา
  • หากลูกจ้างได้รับบาดเจ็บรุนแรง/เสียชีวิต → องค์กรต้องรับผิดชอบค่ารักษา, ค่าชดเชย, ค่าเสียหายเพิ่มเติม

 

เหตุผลที่องค์กรควรปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

  • ลดอุบัติเหตุและค่าใช้จ่ายจากการรักษา
  • ลดภาพลักษณ์ด้านลบและความเสี่ยงทางกฎหมาย
  • เพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้าและผู้ร่วมงาน
  • ช่วยให้องค์กรผ่านมาตรฐาน Audit จากบริษัทใหญ่
  • สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร

 

สรุป ทำงานบนที่สูงให้ปลอดภัย ต้องเริ่มจากการรู้กฎหมาย

งานบนที่สูงไม่ใช่แค่งานที่เสี่ยง แต่เป็นงานที่ต้องทำอย่างมีระบบภายใต้มาตรฐานและกฎหมายที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน ทั้งด้านอุปกรณ์ การประเมินความเสี่ยง การตรวจสอบพื้นที่ การจัดอบรม ไปจนถึงการกู้ภัยเมื่อเกิดอันตราย ทุกองค์กรที่ต้องมีพนักงานทำงานบนที่สูงควรเรียนรู้และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยในทุกขั้นตอน

Facebook
Twitter
Email
Print