แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงควรมีอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน อุปกรณ์ และสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม

แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงควรมีอะไรบ้าง? รวมขั้นตอน อุปกรณ์ และสิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อม

การทำงานบนที่สูงเป็นลักษณะงานที่มีความเสี่ยงต่อการพลัดตก การบาดเจ็บ และเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด แม้สถานประกอบการจะมีการจัดเตรียม ระบบป้องกันการตกจากที่สูง (Fall Protection System) และอุปกรณ์อย่าง Full Body Harness, Lanyard และ Anchor Point แล้วก็ตาม แต่การป้องกันเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเกิดเหตุที่ผู้ปฏิบัติงานตกลงมาและติดค้างอยู่บนที่สูง

ด้วยเหตุนี้ การจัดทำ แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูง” จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องรู้ล่วงหน้าว่าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต้องทำอะไร ใครเป็นผู้รับผิดชอบ ใช้อุปกรณ์ใด เข้าถึงผู้ประสบเหตุอย่างไร และจะนำผู้ประสบเหตุออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร

แผนกู้ภัยที่ดีจึงไม่ได้หมายถึงเพียงการมีเอกสารหรือขั้นตอนอยู่บนกระดาษ แต่ควรเป็นแผนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง และเหมาะสมกับลักษณะงานและสภาพพื้นที่ของสถานประกอบการ

แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงคืออะไร?

แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูง (Work at Height Rescue Plan) คือ แผนหรือแนวทางที่จัดทำขึ้นล่วงหน้าเพื่อรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินกับผู้ปฏิบัติงานบนที่สูง เช่น พลัดตกจากที่สูง ติดค้างกับระบบป้องกันการตก หมดสติ ได้รับบาดเจ็บ หรือไม่สามารถกลับลงมายังพื้นที่ปลอดภัยได้ด้วยตนเอง

แผนควรกำหนดรายละเอียดสำคัญตั้งแต่ก่อนเริ่มงาน เช่น วิธีแจ้งเหตุ ผู้รับผิดชอบ อุปกรณ์ที่ต้องใช้ วิธีเข้าถึงผู้ประสบเหตุ วิธีช่วยเหลือ การนำผู้ประสบเหตุลง และการประสานงานกับหน่วยแพทย์หรือหน่วยฉุกเฉิน

หัวใจสำคัญคือ เมื่อเกิดเหตุจริง ทุกคนต้องสามารถตอบคำถามได้ว่า

ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร และต้องทำอย่างไร?”

ทำไมงานบนที่สูงจึงต้องมีแผนกู้ภัย?

การป้องกันการตกเป็นหัวใจสำคัญของงานบนที่สูง แต่ไม่มีระบบใดที่ควรถือว่าไม่มีโอกาสเกิดเหตุผิดพลาด ดังนั้นจึงควรเตรียมแผนสำหรับกรณีที่ระบบป้องกันไม่สามารถป้องกันเหตุได้ทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น ผู้ปฏิบัติงานอาจพลัดตกและถูก Full Body Harness ช่วยพยุงไว้ แต่ยังคงติดค้างอยู่ในตำแหน่งสูง ซึ่งทำให้จำเป็นต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ

หากไม่มีแผนล่วงหน้า อาจเกิดปัญหา เช่น

  • ไม่มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
  • ไม่ทราบว่าต้องใช้อุปกรณ์ใด
  • ไม่ทราบวิธีเข้าถึงผู้ประสบเหตุ
  • เสียเวลาในการค้นหาอุปกรณ์
  • ทีมงานสื่อสารไม่ตรงกัน
  • ผู้ที่เข้าไปช่วยเหลืออาจได้รับอันตรายเพิ่ม

ดังนั้น การเตรียมแผนกู้ภัยจึงเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยก่อนเริ่มงานบนที่สูง

แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงควรมีอะไรบ้าง?

แผนกู้ภัยที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมทั้ง บุคลากร อุปกรณ์ ขั้นตอน วิธีการสื่อสาร และการฝึกซ้อม โดยองค์ประกอบสำคัญมีดังนี้

1. การประเมินความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน

ก่อนจัดทำวิธีการกู้ภัย ต้องเข้าใจพื้นที่และลักษณะงานก่อน โดยควรประเมินความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อทั้งผู้ปฏิบัติงานและทีมกู้ภัย

ประเด็นที่ควรพิจารณา เช่น

  • ความสูงของพื้นที่ทำงาน
  • ลักษณะโครงสร้าง
  • จุดเข้าและจุดออก
  • ทางขึ้นลง
  • Anchor Point
  • ระบบป้องกันการตก
  • พื้นที่เปิดหรือขอบพื้นที่
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์ใกล้เคียง
  • ความเสี่ยงจากไฟฟ้า
  • วัตถุตกหล่น
  • สภาพอากาศ
  • พื้นที่จำกัดหรือพื้นที่เข้าถึงยาก

ผลจากการประเมินความเสี่ยงจะช่วยให้ทีมสามารถเลือกวิธีการกู้ภัยที่เหมาะสมกับสถานการณ์จริง

2. การกำหนดผู้รับผิดชอบและทีมกู้ภัย

แผนควรระบุหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ไม่ควรรอให้เกิดเหตุแล้วจึงค่อยแบ่งหน้าที่

ตัวอย่างการแบ่งหน้าที่ ได้แก่

ผู้ควบคุมเหตุฉุกเฉิน
ทำหน้าที่ประเมินสถานการณ์ ควบคุมการดำเนินงาน และประสานงานโดยรวม

ทีมกู้ภัย
ทำหน้าที่เข้าถึงผู้ประสบเหตุและดำเนินการช่วยเหลือตามวิธีที่กำหนด

ผู้ประสานงาน
รับผิดชอบการสื่อสารกับหน่วยงานภายในและหน่วยงานภายนอก

ผู้ควบคุมพื้นที่
ควบคุมพื้นที่โดยรอบ ป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่อันตราย และเฝ้าระวังอันตรายเพิ่มเติม

การกำหนดบทบาทที่ชัดเจนช่วยลดความสับสนในช่วงเวลาที่ต้องตัดสินใจอย่างรวดเร็ว

3. ขั้นตอนการแจ้งเหตุและการสื่อสารฉุกเฉิน

แผนกู้ภัยควรกำหนดวิธีแจ้งเหตุไว้ล่วงหน้า โดยข้อมูลที่สำคัญควรเข้าถึงได้ง่าย เช่น

  • ชื่อหรือหน้าที่ของผู้รับผิดชอบ
  • เบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน
  • ช่องทางการสื่อสาร
  • จุดเกิดเหตุ
  • เส้นทางเข้าถึง
  • จุดรวมพล
  • จุดนัดหมายรถพยาบาลหรือหน่วยกู้ภัย
  • ข้อมูลที่ต้องแจ้งเมื่อโทรขอความช่วยเหลือ

เมื่อเกิดเหตุ การสื่อสารควรชัดเจน กระชับ และส่งข้อมูลที่จำเป็นให้ผู้เกี่ยวข้องอย่างรวดเร็ว

4. การเตรียมอุปกรณ์สำหรับการกู้ภัย

อุปกรณ์กู้ภัยควรได้รับการเลือกให้เหมาะสมกับลักษณะงานและวิธีการช่วยเหลือ และต้องมีการตรวจสอบให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

อุปกรณ์ที่อาจเกี่ยวข้องกับการกู้ภัยบนที่สูง เช่น

  • Full Body Harness
  • Rescue Harness หรืออุปกรณ์ที่ออกแบบสำหรับการกู้ภัยตามความเหมาะสม
  • เชือกสำหรับการกู้ภัย
  • อุปกรณ์ควบคุมเชือก
  • อุปกรณ์เชื่อมต่อ
  • อุปกรณ์ยึดหรือระบบ Anchor ที่เหมาะสม
  • อุปกรณ์สำหรับการยกหรือหย่อนตามระบบที่ออกแบบไว้
  • หมวกนิรภัย
  • ถุงมือ
  • อุปกรณ์ปฐมพยาบาล
  • อุปกรณ์สื่อสาร

สิ่งสำคัญคือ การมีอุปกรณ์ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถกู้ภัยได้อย่างปลอดภัยเสมอไป ผู้ใช้งานจำเป็นต้องมีความรู้และทักษะในการใช้อุปกรณ์เหล่านั้นด้วย

5. วิธีการเข้าถึงผู้ประสบเหตุ

แผนควรกำหนดวิธีเข้าถึงผู้ประสบเหตุให้เหมาะกับโครงสร้างและพื้นที่ เช่น

  • เข้าถึงจากด้านบน
  • เข้าถึงจากด้านข้าง
  • ใช้โครงสร้างหรือทางเดินที่ปลอดภัย
  • ใช้ระบบเชือก
  • ใช้อุปกรณ์กู้ภัยเฉพาะทาง

วิธีการช่วยเหลือไม่ควรตัดสินใจโดยอาศัยการคาดเดาในขณะเกิดเหตุ แต่ควรได้รับการวางแผนและประเมินไว้ก่อน

ที่สำคัญ ทีมกู้ภัยต้องไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นผู้ประสบเหตุรายที่สอง

6. วิธีการช่วยเหลือและนำผู้ประสบเหตุลงจากที่สูง

หลังจากเข้าถึงผู้ประสบเหตุแล้ว ต้องมีขั้นตอนในการนำผู้ประสบเหตุออกจากพื้นที่อย่างเหมาะสม

แผนควรพิจารณาอย่างน้อยว่า

จะเข้าถึงอย่างไร จะยึดหรือเชื่อมต่ออย่างไร จะนำลงอย่างไร จะนำไปยังจุดปลอดภัยที่ใด จะส่งต่ออย่างไร

วิธีการจริงต้องขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ อุปกรณ์ และทักษะของผู้ช่วยเหลือ ไม่ควรใช้วิธีเดียวกันกับทุกสถานการณ์

7. แผนรองรับกรณีผู้ปฏิบัติงานตกและแขวนค้าง

อีกหนึ่งสถานการณ์สำคัญที่ต้องนำมาพิจารณา คือกรณีผู้ปฏิบัติงานตกจากที่สูงแล้วระบบป้องกันการตกสามารถหยุดการตกไว้ได้ ทำให้ผู้ปฏิบัติงานแขวนค้างอยู่

กรณีนี้แผนต้องระบุให้ชัดเจนว่า

  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบ
  • จะเข้าถึงผู้ประสบเหตุอย่างไร
  • ใช้อุปกรณ์ใด
  • จะนำผู้ประสบเหตุออกจากระบบอย่างไร
  • จะนำลงมายังจุดปลอดภัยอย่างไร
  • หลังนำลงมาแล้วจะส่งต่อเพื่อรับการประเมินอย่างไร

การมีแผนเฉพาะสำหรับสถานการณ์นี้ช่วยให้ทีมสามารถตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น

8. การปฐมพยาบาลและการส่งต่อผู้ประสบเหตุ

การกู้ภัยไม่ได้สิ้นสุดทันทีที่นำผู้ประสบเหตุลงมาถึงพื้น

ควรมีขั้นตอนสำหรับการประเมินและช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งการประสานงานกับหน่วยแพทย์หรือบริการฉุกเฉินตามความเหมาะสม

แผนควรระบุ

  • ผู้รับผิดชอบการปฐมพยาบาล
  • ตำแหน่งอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
  • เส้นทางเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
  • จุดรับส่งผู้บาดเจ็บ
  • ช่องทางติดต่อหน่วยแพทย์หรือหน่วยฉุกเฉิน

การเตรียมส่วนนี้ไว้ล่วงหน้าช่วยให้การช่วยเหลือมีความต่อเนื่องตั้งแต่จุดเกิดเหตุจนถึงการส่งต่อ

9. เส้นทางกู้ภัยและแผนผังพื้นที่

แผนกู้ภัยควรมีข้อมูลด้านสถานที่ที่ทีมสามารถใช้งานได้จริง เช่น

  • จุดเกิดเหตุ
  • จุดติดตั้งอุปกรณ์
  • ทางเข้าออก
  • ทางขึ้นลง
  • เส้นทางสำหรับทีมกู้ภัย
  • เส้นทางเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บ
  • จุดรวมพล
  • จุดจอดรถพยาบาล
  • พื้นที่ที่ต้องปิดกั้น

การใช้แผนผังประกอบจะช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมองเห็นภาพรวมและลดเวลาในการค้นหาเส้นทางเมื่อเกิดเหตุ

10. การควบคุมอันตรายเพิ่มเติมระหว่างการกู้ภัย

ในบางเหตุการณ์อาจมีอันตรายอื่นร่วมด้วย เช่น ไฟฟ้า เครื่องจักร วัตถุตกหล่น โครงสร้างไม่มั่นคง หรือสภาพอากาศ

ดังนั้น ก่อนเข้าไปช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยควรประเมินว่า พื้นที่ปลอดภัยสำหรับการเข้าไปช่วยเหลือหรือไม่

หลักสำคัญคือ

ช่วยผู้ประสบเหตุโดยไม่สร้างผู้ประสบเหตุเพิ่ม”

แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงควรฝึกซ้อมหรือไม่?

คำตอบคือ ควรฝึกซ้อม

เพราะแผนที่ดูดีบนเอกสารอาจพบข้อบกพร่องเมื่อทดลองปฏิบัติจริง การฝึกซ้อมช่วยให้สถานประกอบการตรวจสอบได้ว่าแต่ละขั้นตอนสามารถทำได้จริงหรือไม่

ระหว่างการฝึกควรสังเกตว่า

  • ผู้รับผิดชอบเข้าใจหน้าที่หรือไม่
  • อุปกรณ์อยู่ในตำแหน่งที่หยิบใช้ได้หรือไม่
  • ทีมสามารถสื่อสารกันได้หรือไม่
  • เส้นทางเข้าถึงมีอุปสรรคหรือไม่
  • วิธีการกู้ภัยเหมาะกับพื้นที่หรือไม่
  • สามารถนำผู้ประสบเหตุไปยังจุดปลอดภัยได้หรือไม่

หลังฝึกซ้อมควรนำสิ่งที่พบมาทบทวนและปรับปรุงแผนอย่างต่อเนื่อง

ใครควรได้รับการฝึกอบรมด้านการกู้ภัยบนที่สูง?

บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับงานบนที่สูงควรได้รับความรู้และการฝึกอบรมตามบทบาทและความเสี่ยงของงาน

โดยเฉพาะผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ช่วยเหลือหรือกู้ภัย ควรมีความรู้เกี่ยวกับ

  • การประเมินความเสี่ยง
  • ระบบป้องกันการตก
  • การใช้อุปกรณ์กู้ภัย
  • วิธีเข้าถึงผู้ประสบเหตุ
  • การช่วยเหลือผู้ที่ตกและแขวนค้าง
  • การสื่อสารฉุกเฉิน
  • การช่วยเหลือเบื้องต้น
  • การทำงานเป็นทีมในสถานการณ์ฉุกเฉิน

การฝึกภาคปฏิบัติมีความสำคัญ เพราะช่วยให้ผู้เข้าฝึกสามารถเข้าใจขั้นตอนและข้อจำกัดของอุปกรณ์ได้ดียิ่งขึ้น

แผนกู้ภัยต่างจากแผนป้องกันการตกอย่างไร?

สองสิ่งนี้เกี่ยวข้องกัน แต่มีหน้าที่แตกต่างกัน

แผนป้องกันการตก มุ่งเน้นการป้องกันไม่ให้ผู้ปฏิบัติงานตก หรือควบคุมความเสี่ยงจากการตกให้เหมาะสม

ส่วน แผนกู้ภัย มุ่งเน้นสิ่งที่จะต้องทำ เมื่อเกิดเหตุและมีผู้ประสบเหตุที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ

จึงสามารถมองง่าย ๆ ได้ว่า

ป้องกันก่อนเกิดเหตุ + เตรียมพร้อมเมื่อเกิดเหตุ = ระบบความปลอดภัยที่รอบด้านมากขึ้น

บริษัท เรย์โนลด์ ไวซ์ จำกัด กับความรู้ด้านความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

บริษัท เรย์โนลด์ ไวซ์ จำกัด ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความรู้และทักษะด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยแนวคิดด้านความปลอดภัยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเลือกใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมถึงการประเมินความเสี่ยง การทำงานอย่างถูกวิธี และการเตรียมความพร้อมเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

สำหรับงานบนที่สูง ความรู้เรื่อง Fall Protection, Full Body Harness, อุปกรณ์ป้องกันการตก และการกู้ภัย ล้วนมีความเชื่อมโยงกัน

การทำงานอย่างปลอดภัยจึงควรเริ่มตั้งแต่

ประเมินความเสี่ยง ป้องกันการตก เตรียมแผนฉุกเฉิน ฝึกซ้อม ทบทวนและปรับปรุง”

แนวทางดังกล่าวช่วยสร้างความพร้อมให้ทั้งผู้ปฏิบัติงาน นายจ้าง และผู้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลด้านความปลอดภัย

Checklist แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูง

ก่อนเริ่มงาน สามารถใช้รายการตรวจสอบอย่างง่ายดังนี้

☐ มีการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่แล้ว
☐ มีแผนกู้ภัยที่เหมาะกับลักษณะงาน
☐ กำหนดผู้รับผิดชอบและบทบาทอย่างชัดเจน
☐ มีช่องทางสื่อสารฉุกเฉิน
☐ มีอุปกรณ์กู้ภัยที่เหมาะสมและพร้อมใช้งาน
☐ ตรวจสอบเส้นทางเข้าถึงและเส้นทางเคลื่อนย้ายแล้ว
☐ มีวิธีรับมือกรณีตกและแขวนค้าง
☐ มีแผนปฐมพยาบาลและส่งต่อ
☐ ทีมที่เกี่ยวข้องได้รับการฝึกอบรม
☐ มีการฝึกซ้อมและทบทวนแผนตามความเหมาะสม

สรุป แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูงควรมีอะไรบ้าง?

เข้าใจง่าย ๆ แผนกู้ภัยสำหรับงานบนที่สูง ควรมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

  1. ประเมินความเสี่ยง
    รู้ว่าพื้นที่และงานมีอันตรายอะไร
  2. กำหนดผู้รับผิดชอบ
    ทุกคนต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง
  3. เตรียมอุปกรณ์
    อุปกรณ์ต้องเหมาะสมและพร้อมใช้งาน
  4. วางวิธีเข้าถึงผู้ประสบเหตุ
    กำหนดวิธีช่วยเหลือให้เหมาะกับพื้นที่จริง
  5. กำหนดวิธีนำผู้ประสบเหตุลง
    ต้องมีขั้นตอนที่ชัดเจนและผู้ปฏิบัติได้รับการฝึก
  6. เตรียมการปฐมพยาบาลและส่งต่อ
    ช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องจนถึงการส่งต่อที่เหมาะสม
  7. กำหนดเส้นทางและจุดรวมพล
    ให้ทีมกู้ภัยเข้าถึงพื้นที่ได้รวดเร็ว
  8. ฝึกซ้อมและปรับปรุง
    ตรวจสอบว่าแผนสามารถใช้งานได้จริง

ท้ายที่สุด แผนกู้ภัยที่ดีไม่ใช่แค่เอกสารที่จัดทำไว้เพื่อให้ “ครบ” แต่ต้องเป็นแผนที่ คนในพื้นที่เข้าใจ ปฏิบัติได้จริง และพร้อมนำมาใช้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

เพราะในการทำงานบนที่สูง การเตรียมพร้อมล่วงหน้าอาจสร้างความแตกต่างที่สำคัญในช่วงเวลาที่ทุกวินาทีมีค่า

 “ความปลอดภัยไม่ได้จบลงเมื่อป้องกันการตก แต่ต้องพร้อมช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุ เพราะแผนที่ดีไม่ได้รอให้อุบัติเหตุเกิดขึ้นก่อนจึงเริ่มทำ”

Facebook
Twitter
Email
Print